เสริมพลังให้มุมโต๊ะทำงานสุดโปรด ตามหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ย

เสริมพลังให้มุมโต๊ะทำงานสุดโปรด ตามหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ย

1.3-home

ว่าด้วยเรื่องของศาสตร์ฮวงจุ้ย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ศาสตร์นี้ก็ยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในหมู่คนที่มีเงินทอง แม้เราจะหยัดยืนอยู่บนโลกที่หลักการของเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวช่วยสนับสนุนโลกเราให้ก้าวไปมากขึ้น แต่ความเชื่อทางจิตวิญญาณที่จะนำพามาซึ่งความพึงพอใจก็ยังคงทำให้หลักฮวงจุ้ยถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นแนวทางในการก่อสร้างบ้านและการออกแบบสิ่งต่างๆ ภายในบ้าน ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคล และทำให้บ้านดูน่าอยู่อาศัย มากกว่าการจัดวางที่ไร้ซึ่งระเบียบแบบแผน

เช่นเดียวกับการออกแบบมุมโต๊ะทำงานภายในบ้าน องค์ประกอบที่จะช่วยให้บ้านกลายเป็นวิมานอันแสนสุขของการทำงาน หากใครทำงานอาชีพอิสระอยู่บ้านในทุกๆ วัน ก็คงอยากจะได้มุมดีๆ ที่ให้บรรยากาศสุดบรรเจิ่ดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ดีเลิศได้อย่างเต็มความสามารถ ดังนั้นเราลองมาดูหลักในการจัดวางมุมโต๊ะทำงานที่เชื่อมโยงไปกับหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่าค่ะ

1.2-home

หลักของการจัดวางโต๊ะทำงานตามหลักฮวงจุ้ยให้สมบูรณ์แบบ

มุมของโต๊ะทำงานที่ดีจะต้องเพรียบพร้อมในทุกๆ มุม ด้านหลังของโต๊ะที่ดีควรเลือกเป็นมุมที่มีผนังกั้นและปิดทึบ ช่วยป้องกันการรบกวนและเพิ่มความเงียบสงบ ทำให้เกิดสมาธิในระหว่างการทำงาน หากภายในห้องมีกระจกเงา ไม่ควรให้โต๊ะอยู่ใกล้กับบริเวณนั้น เพราะกระจกเงาจะสะท้อนเอาสิ่งไม่ดีออกมา ทำให้เราสูญเสียพลังในการทำงานไป หรือตามหลักความเป็นจริง กระจกเงาอาจจะสะท้อนเอาแสงแดดสาดส่องเข้ากระทบดวงตาหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้การมองพร่าเลือน เป็นอุปสรรคในระหว่างการทำงานเป็นอันตรายต่อสุขภาพของดวงตาด้วย

นอกจากนี้ต้องคำนึงการหันโต๊ะทำงานที่ดี จะต้องไม่หันเข้าไปชิดติดกับแพงหรือหันหน้าตรงกับประตูเข้าออก เพราะตามความเชื่อของฮวงจุ้ย การหันหน้าเข้ากำแพงจะเป็นการปิดกั้นไอเดียและความคิด ทำให้สมองคิดงานได้ไม่เต็มที่ และยังทำให้เกิดอุปสรรคในระหว่างการทำงานได้ง่าย ส่วนการหันหน้าเข้าหาประตูมักจะทำให้สมาธิในการทำงานไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เกิดอาการวอกแวกง่าย และไม่สามารถควบคุมระบบการทำงานของตัวเองได้อย่างที่ต้องการ

1.1-home

แสงสว่างภายในห้องทำงาน

แสงสว่างปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้ห้องทำงานดูเงียบสงบ ห้องที่ดีควรมีบานหน้าต่างมากพอที่จะช่วยให้แสงธรรมชาติจากภายนอกส่องเข้ามาได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของพลังชี่ ไล่เอาพลังงานที่ไม่ดีออกไป และขับเคลื่อนเอาพลังงานชี่ที่ดีเข้ามา ที่สำคัญในช่วงเวลากลางวันหากมีแสงสว่างมากเกินไปก็จะทำให้เสียสายตาได้เช่นกัน อาจจะหาผ้าม่านบางๆ มาบดบังแสงให้จางลงไปบ้าง ส่วนในช่วงกลางคืนให้หาแสงไฟที่สว่างเพียงพอ กระจายแสงให้ทั่วโต๊ะทำงานและบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันความเสื่อมสภาพของดวงตาที่ต้องเพ่งเพราะแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ

หลีกเลี่ยงการจัดวางโต๊ะทำงานอยู่ใกล้ห้องน้ำหรืออยู่ใต้ห้องน้ำ

ตามหลักของฮวงจุ้ยแล้ว การจัดวางโต๊ะทำงานในลักษณะนี้ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะห้องน้ำถือว่าเป็นของต่ำ ไม่เป็นสิริมงคลในการทำงาน หากจัดโต๊ะอยู่ใต้ห้องเหล่านี้จะทำให้มันเข้ามากดทับพลังงานที่ดี ทำให้การทำงานไม่ก้าวหน้า โอกาสที่ล่องลอยเข้ามาจะเลยผ่านไป ไม่พบกับความสำเร็จเสียที ดังนั้นด้านบนของโต๊ะทำงานควรปลอดโล่ง ไม่มีสิ่งใดเกาะเกี่ยวอยู่ โดยเฉพาะของที่มีความหนัก เพราะมันคือสิ่งกดทับต่อหน้าที่การงาน

ความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยสำหรับการจัดโต๊ะทำงานข้างต้น ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่หากใครได้ลองนำเอาไปปรับใช้ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย และยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับการทำงานได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

Read More

ไอเดียดีๆ เติมเสน่ห์ให้ห้องนอนกลายเป็นวิมานอันแสนสุข

ไอเดียดีๆ เติมเสน่ห์ให้ห้องนอนกลายเป็นวิมานอันแสนสุข

3.1-Beautiful-Bedroom-Desig

นิยามของ “ห้องนอน” คือห้องที่เราใช้สำหรับการพักผ่อนและนอนหลับ เป็นสถานที่สำหรับการผ่อนคลายจิตใจและปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากความวุ่นวายทุกอย่าง ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่ต้องการให้มีสิ่งรบกวนอื่นใดจากภายนอกเข้ามาทำลายบรรยากาศ

ดังนั้น ภายในห้องนอนจึงควรถูกออกแบบและสร้างสรรค์ให้มันอบอวลไปด้วยเสน่ห์อย่างที่ผู้พักอาศัยต้องการ ไอเดียมากมายที่เราสามารถเติมแต่งลงไปในพื้นที่นี้ได้ตามความต้องการ หากใครกำลังมองหาบรรยากาศใหม่ๆ เพื่อช่วยเสริมความผ่อนคลายในการนอนหลับของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น อาจจะลองมาดูคำแนะนำดีๆ ที่อาจจะกลายเป็นไอเดียให้เพื่อนๆ ได้ลองนำเอาไปปรับใช้กับห้องนอนของตัวเองกันดูค่ะ

3.2-Beautiful-Bedroom-Design-2

เปลี่ยนตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ
สิ่งหนึ่งภายในห้องนอนของใครหลายคน สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งที่สำหรับการพักผ่อนและแต่งตัวไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คงหนีไม่พ้นตู้เสื้อผ้า ห้องนอนของใครที่มีตู้เสื้อผ้าอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าและของใช้จนรกรุงรัง แถมปลายผ้ายังปลิ้นออกมาด้านนอก บางส่วนทะลักล้นจนไม่สามารถปิดตู้ได้อย่างสนิท ก็อาจจะทำให้สภาพของห้องนอนดูไม่จืด และยังอึมครึมไปด้วยสภาพที่ไม่น่าภิรมณ์ หากเพื่อนๆ ลองปรับตู้เสื้อผ้าของตัวเองเสียใหม่ ด้วยการกำจัดเอาเสื้อผ้าและของใช้เก่าเก็บออกไปจากพื้นที่ตรงนี้บ้าง เหลือเอาไว้เพียงแค่ส่วนที่จำเป็น รวมไปถึงเสื้อผ้าบางตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้ก็ควรแยกเก็บเอาไว้ต่างหาก ส่วนลิ้นชักต่างๆ ให้พับเก็บอย่างเป็นระเบียบ เพียงเท่านี้ ตู้เสื้อผ้าก็จะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องนอนที่น่ามองมากขึ้น

3.3-Beautiful-Bedroom-Desig

เปลี่ยนสีผ้าปูที่นอนและหมอนเสียใหม่
ความซ้ำซากกับผ้าปูที่นอนและหมอนใบเก่า เพื่อนๆ ลองหันมาปรับความน่าเบื่อเหล่านี้ด้วยการเติมสีสันให้กับที่นอนให้ดูน่านอนและแปลกตา แนะนำว่าลองเลือกหาปลอกหมอนที่มีลวดลายเป็นสีสันฉูดฉาด ไม่ว่าจะเป็นสีของดอกไม้สไตล์วินเทจ เลือกเปลี่ยนผ้านวมจากลายสีเรียบๆ เป็นลายเถาวัลย์สีสดใส เพิ่มกลิ่นอายความโรแมนติก แถมด้วยผ้าปูที่นอนที่ไม่จำเป็นต้องมีลวดลายเดียวกันแต่เน้นไปในโทนสีเดียวกัน เพื่อให้เกิดการตัดกันเป็นจังหวะ ช่วยสร้างมิติที่สวยงามให้เตียงนอนดูน่านอนและเสริมความโดดเด่นให้กับห้องนอนมากขึ้นจากเดิม

ใส่กลิ่นหอมเข้าไป
เพื่อเติมบรรยากาศในห้องนอนให้ดูสมบูรณ์แบบมากที่สุด กลิ่นอายหอมๆ ที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ภายในห้องคือ หนึ่งในจุดหมายสำหรับการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ อาจจะเลือกใช้เป็นน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติโดยตรงไม่ผ่านการปรุงแต่งทางเคมี วางเอาไว้บริเวณโต๊ะหัวเตียงเพื่อให้กลิ่นหอมจางๆ โชยอบอวลไปรอบห้อง หรือใครจะเลือกใช้กลิ่นอายความเป็นธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่งคือการปลูกดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมและจะปล่อยกลิ่นออกมาในช่วงกลางคืนเอาไว้นอกหน้าต่างที่ติดกับเตียงนอน ให้ลมพัดผ่านหอบหิ้วเอากลิ่นหอม เข้ามา ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยสร้างสุนทรียะทางด้านอารมณ์ให้กับการพักผ่อนได้ดีไม่แพ้กัน

เพียงเท่านี้ ห้องนอนของเพื่อนๆ ก็จะกลายเป็นวิมานอันแสนสุขได้ง่ายๆ หากรู้จักการปรับแต่งอย่างเหมาะสม การพักผ่อนในวันอันแสนสุขก็จะเกิดขึ้นได้อย่างที่ต้องการแล้วล่ะค่ะ

Read More

ความลับของคนที่หุ่นดี

ความลับของคนที่หุ่นดี

Portrait of woman
Portrait of woman

ขณะที่คนซึ่งน้ำหนักเกินส่วนใหญ่มักจะหมกหมุนกับเรื่องการกินมากกว่า ลองมาแอบดูว่าคนผอมๆ ทำหรือไม่ทำอะไร แล้วคุณจะเลียนแบบพวกเธอได้ยังไงบ้าง

  1. พวกเธอเลือกอาหารที่ทำให้พึงพอใจมากกว่าอิ่มจนแน่นท้อง
    ในอัตราส่วนความอิ่มจาก 1 ถึง 10 ผู้หญิงรูปร่างผอมจะหยุดกินเมื่อถึงระดับ 6 หรือ 7 ขณะที่คนส่วนมากมักกินต่อไปจนถึงระดับ 8 หรือ 10 มันอาจเพราะคุณสำคัญผิดระหว่างความอิ่มกับความพึงพอใจ หรือคุณอาจเคยชินกับการกินทุกอย่างตรงหน้าจนหมดเกลี้ยงไม่ว่าคุณจะต้องการมันจริงๆ หรือไม่ก็ตาม

วิธีเลียนแบบ เพื่อกินแบบเดียวกับผู้มีรูปร่างผอม วางช้อนลง และประเมินความอิ่มจากอัตราส่วน 1 ถึง 10 ทำแบบเดียวกันอีกครั้ง เมื่อเหลือสักห้าคำ เป้าหมายก็คือเพิ่มความรู้ตัวถึงความพึงพอใจของตัวเองในระหว่างการกิน (มันยังทำให้คุณกินช้าลงซึ่งให้โอกาสความอิ่มส่งสัญญาณเข้ามา)

2 . พวกเธอรู้ว่าความหิวไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
คนส่วนใหญ่ที่ดิ้นรนกับเรื่องน้ำหนักตัวมักมองความหิวเป็นสิ่งที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ดังนั้น ถ้าคุณกลัวความหิว คุณอาจกินมากเกินไปอยู่เสมอ แต่คนผอมๆ จะทนได้มากกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงมัน

วิธีเลียนแบบ เลือกวันที่ยุ่งๆ เพื่อชะลอเวลาอาหารกลางวันออกไปอย่างจงใจสักหนึ่งหรือสองชั่วโมง หรือลองพยายามงดของว่างมื้อบ่ายสักหนึ่งวัน คุณจะเห็นได้ว่าตัวเองก็ยังสบายดีอยู่ จากนั้น ครั้งต่อไปที่คุณได้ยินเสียงท้องร้อง คุณจะหยุดตัวเองไม่ให้ตรงดิ่งไปยังตู้เย็นในทันทีได้

  1. พวกเธอไม่ใช้อาหารเพื่อเยียวยาอารมณ์เศร้า
    ไม่ใช่ว่าผู้หญิงรูปร่างผอมบางมีภูมิด้านทานต่อการกินตามอารมณ์ แต่พวกเธอมักจะรู้ตัว เวลาที่ทำอย่างนั้นและหยุดมันได้

วิธีเลียนแบบ ถ้าคุณหิวจริงๆ กินของว่างที่มีประโยชน์ อย่างเช่นถั่วหนึ่งกำมือ เพื่อหยุดตัวเองเอาไว้ ก่อนรออาหารมื้อต่อไป แต่ถ้า คุณหงุดหงิด เหงา หรือเหนื่อย ลองหาทางออกที่ปราศจากแคลอรี่ เช่น ออกไปวิ่งหรือกระโดดโลดเต้นไปมารอบๆ อัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ความโกรธหายไป เหงาก็โทรหาเพื่อน หรือไปเดินเล่นที่ศูนย์การค้าหรือถ้าเหนื่อยก็ไปนอนเสียดีกว่า

  1. พวกเธอกินผลไม้มากกว่า
    งานวิจัยเมื่อปี 2006 ใน Journal of the American Dieletic Association ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงรูปร่างผอมบาง มักกินผลไม้มากกว่าหนึ่งครั้งในแต่ละวัน กินเส้นใยอาหารมากกว่าและกินไขมันน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคนอ้วน

วิธีเลียนแบบ ลองเริ่มสำรวจการกินของคุณเพื่อหาทางเพิ่มผลไม้ (ไม่ใช่น้ำผลไม้นะ) เข้าไป ตั้งเป้ากินให้ได้สองหรือสามส่วนต่อวัน เช่น เพิ่มผลไม้ลงไปในอาหารแต่ละมื้อ หรือกินผลไม้เป็นของหวาน

 

Read More

เคล็ดลับเผาผลาญส่วนเกิน

เคล็ดลับเผาผลาญส่วนเกิน

26_20080909145419.

ถ้าสาวๆ อยากได้รูปร่างสวยเพรียว นอกจากจะต้องเอาจริงกับมันแล้ว ยังต้องมีวิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องด้วย

  1. งดอาหารที่มีไขมันอย่างเด็ดขาด

วิธีนี้จะช่วยให้หน้าท้องลดลงได้ดีที่สุด เพราะหน้าท้องของเราจะเป็นที่แรกที่ร่างกายจะเอาไขมัน ส่วนเกิน มาสะสมไว้

  1. จำกัดปริมาณอาหารเรียงกันไปในแต่ละมื้อ

ทานมื้อเช้าให้มากที่สุด มื้อกลางวันรองลงมา ส่วนมื้อเย็นควรเป็นมื้อที่ทานน้อยที่สุด หรือกินแค่ผลไม้หรือสลัดผักสักจานก็พอแล้ว

  1. ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์

แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 30 นาที สาวๆควรจะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การเผาผลาญไขมันส่วนเกินเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเมื่อสลายไขมันได้แล้ว การออกกำลังกายต่อไปก็จะทำให้กล้ามเนื้อกระชับและป้องกันไม่ได้ไขมันกลับมาอีก

  1. สำหรับการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักนั้น

จะต้องเน้นที่การเคลื่อนไหวเป็นจังหวะด้วยจึงจะได้ผลดี เช่น เต้นแอโรบิก วิ่ง ว่ายน้ำ

  1. ถ้าสาวๆ อยากจะออกกำลังกายเฉพาะส่วนเพื่อลดหน้าท้อง

ควรจะทำในช่วงเช้าจะได้ผลดีที่สุด เพราะในตอนเช้าเป็นเวลาที่ระบบต่างๆ ในลำไส้กำลังทำงาน ถ้าได้ออกกำลังกายก็จะยิ่งเสริมการเผาผลาญบริเวณนี้ให้มากขึ้น

  1. สำหรับท่าบริหารลดหน้าท้อง

ไม่ว่าจะเลือกทำท่าใดก็ตาม ควรจะทำไม่ต่ำกว่าเซ็ตละ 15 ที จากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มจำนวนเซ็ตขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง 3 เซ็ตใน 1 ครั้ง

  1. ถ้าจะลดหน้าท้องให้ได้ผล

หัวใจหลักอยู่ที่การทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ถ้าท่าลดหน้าท้องที่สาวเลือกใช้ทำไม่ได้ตามนี้ ก็แสดงว่าท่านั้นเป็นท่าที่ไม่ได้ผลหรือต่อให้ออกกำลังกายอย่างหักโหม แต่หน้าท้องไม่ได้เคลื่อนไหวเลย ก็เท่ากับว่าเสียแรงเปล่าอยู่ดี

Read More